พระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘
เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายดังกล่าว สมาชิกทุกท่านต้องอ่านทำความเข้าใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัด
ตะเพียนคู่พกพา ...
ตะเพียนคู่พกพา พิมพ์ใหญ่ นิยม หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
ปลาตะเพียนเงิน-ปลาตะเพียนทอง ดีทางโชคลาภ เมตตามหานิยม

#ตะเพียนคู่พกพา พิมพ์ใหญ่ นิยม หายากมาก สวยเดิม เลี่ยมหันหน้าชนกันตามตำรา ทองพรประภางามๆคับ


ขอนำท่านมารู้จักกับเครื่องรางของขลัง ปลากตะเพียนที่พระเกจิอาจารย์ที่ทำขึ้นเพื่อ ให้ไว้เป็นหลักในการค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย ให้ถูกโฉลกดีขึ้นและถ้าท่านผู้อ่านมองเข้าไปในร้านค้าสักแห่งหนึ่งที่หิ้งพระประจำร้าน หรือที่เพดานร้านจะมีปลาตะเพียนคู่หนึ่งผูกห้อยอยู่ บ้างก็ปิดทองเสียเหลืองอร่าม บ้างก็หาพวงมาลัยมาห้อยบูชาเต็มไปหมด เพื่อบูชาให้เกิดความคลัง ส่วนพระเกจิอาจารย์บางท่านไม่ทำเป็นรูปปลาตะเพียนก็ให้เขียนหรือพิมพ์เป็นยันต์รูปปลาตะเพียนก็มีครับท่าน

ถ้าพูดถึงปลาตะเพียนนั้น เป็นสัตว์น้ำที่หากินคล่อง อาหารของมันก็กินง่ายและก็ว่ากันว่า มันปราดเปรียว คล่องแคล้วยิ่งนัก อีกทางหนึ่งท่านผู้เฒ่าผู้แก่ให้คติแก่ผู้เขียนว่า “การที่เอารูปปลาตะเพียนมาเป็นเครื่องหมายการค้าขาย ก็ด้วยถือเอาคำท้ายของคำว่า เพียน ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า เพียร อันหมายถึงให้เป็นคนขยันทำมาหากิน ขยันหมั่นเพียรนั่นเอง

พระเกจิอาจารย์จึงคิดอุปเท่ห์ของการค้าขายว่า เอารูปปลาตะเพียนมาเป็นสัญลักษณ์แล้วลงอักขระกำกับเสีย และปลุกเสกด้วยคาถาเมตตามหานิยม มอบให้กับผู้ทำการค้าขายไปบูชา

ปลาตะเพียนนั้นมีมากมายหลายสำนัก ทั้งเป็นรูปปลา และเป็นยันต์ ที่ผู้เขียนสดับรับฟังและติดตามมาตลอด ก็สรุปได้ว่าที่โด่งดังและขึ้นชื่อในอดีตก็ได้ แก่ปลาตะเพียน หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จังหวัดอยุธยา และหลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา จังหวัดนครปฐม ส่วนหลวงพ่อน้อยนั้นพอหาได้ แต่ของหลวงพ่อจงแล้ว ใครมีไว้เป็นหวงขาดใจ เพราะมักจะประสบความสำเร็จทางการค้าขายร่ำรวยเสียเป็นส่วนมาก ผู้เขียนก็อยู่ในจังหวัดใก้เคียงสมัยที่เรือโยงยังขึ้นชื่อลือชา เรือโยงร้อยละแปดสิบ จะมีปลาตะเพียนของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกแขวนกันประจำเรือเลยทุกลำ แต่ก่อนมานั้น พระเกจิอาจารย์ผู้จะทำปลาตะเพียนนี้ จะต้องตัดแผ่นโลหะออกเป็นรูปปลาเสียก่อน เพราะสมัยโบราณปั้มยังไม่เจริญ ลงอักขระตามสูตรเป็นคู่ ๆ กันไป ต่อมาใช้ปั้มแทน เพราะความเจริญก้าวหน้าไปมาก และการทำผ้ายันต์ปลาตะเพียนก็เช่นกัน

....ที่ท่านสร้างขึ้นมานั้นเน้นในด้านโภคทรัพย์ คือค้าขายเจริญรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา อยู่เย็นเป็นสุข เมตตามหานิยม เมื่อสมัยก่อนทุกบ้านเรือนร้านค้าส่วนมากจะมีปลาตะเพียนของหลวงพ่อจงติดอยู่ แทบทุกบ้าน ปัจจุบันหาชมได้ยากแล้วครับ

....ปลาตะเพียน ตามความเชื่อแต่โบราณเกี่ยวกับเครื่องรางที่บูชาแล้วให้ผลเรื่องการค้า ขาย โชคลาภ เงินทอง นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด อาทิ ไซดักทรัพย์ กุมารทอง นางกวัก ซึ่งปลาตะเพียนนั้นก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน แต่การกำเนิดของปลาตะเพียนว่าเกิดขึ้นเมื่อใดยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แต่เชื่อกันว่ามีมาแล้วหลายร้อยปีแล้วเพราะมีการค้นพบปลาตะเพียนโบราณที่ทำ ด้วยวัสดุหลากหลายชนิด อาทิ ผ้า ไม้มงคล ไม้จักสาน โลหะ และหลากหลายขนาดขึ้นอยู่กับครูบาอาจารย์แต่ละท่านที่จะจัดสร้างขึ้นในวาระ นั้น ๆ

....ส่วนในเรื่องความนิยมเครื่องรางที่เป็นปลาตะเพียนนั้นจะไม่หวือหวาเหมือน เครื่องรางประเภทอื่น ๆ เนื่องจากเป็นเครื่องรางที่ดูผิวเผินแล้วเหมือนกับไม่มีอะไร ไม่มีฤทธิ์หวือวา แต่ในความเป็นจริงปลาตะเพียนจะมีฤทธิ์มีเดชแบบค่อยเป็นค่อยไปดังภาษิตที่ว่า “น้ำซึมบ่อทราย” แล้วยังให้พุทธคุณในเรื่องความร่มเย็นเป็นสุข ช่วยพยุงและเสริมฐานะค่อยเป็นค่อยไปแก่ผู้บูชาด้วย ซึ่งหาได้ยากในหมู่เครื่องรางด้วยกัน แต่หากจะสืบเสาะเลาะลึกลง

....โดยใช้วัสดุประเภทต่าง ๆ ที่หาได้สะดวกในช่วงเวลานั้น แต่จะต้องถูกต้องตามตำราบังคับและเมื่อพิจารณาตัวปลาตะเพียนจะต้องมีลักษณะ สมส่วนและดูมีชีวิตจริง ๆ รวมไปถึงจะต้องมีการอาการพลิ้วไหวเหมือนกำลังแหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำ ส่วนที่ขาดไม่ได้คือจะต้องมีการสร้างเป็นคู่เสมอ ดังที่โบราณเรียกว่า “ปลาตะเพียนเงิน ปลาตะเพียนทอง” ซึ่งมีความหมายแฝงถึงความเจริญก้าวหน้าเหมือนปลาที่สืบสายพันธุ์ต่อไปไม่มี วันหมด และยังหมายรวมไปถึงการครองชีวิตร่วมกันอย่างผาสุก (สำหรับคู่แต่งงาน) แต่ก็ยังมีอีกหลายท่านก็ยังมีความเข้าใจผิดว่าตัวหนึ่งเป็นตัวผู้ อีกตัวหนึ่งเป็นตัวเมียจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งแต่ก่อนใช้เขียน ต่อมาก็ใช้พิมพ์ซะเลย ส่วนยันต์ที่ลงมันจะใช้ดังต่อไปนี้

1. ตรี นิ สิงเห
2. นะ ชา ลี ติ
3. อุ อา กะ สะ
4. นะ มะ พะ ทะ

เท่าที่เคยพบจะมีการลงดันนี้ นะ มะ พะ ทะ ธาตุ ทั้งสี่นี้ลงที่ปากครีบบน ครีบล่างและหางเป็น การหนุนให้ธาตุเกิดเสียก่อน ตรงกลางตลอดลำตัววจะลงว่า นะ ชา ลี ติ หรือ อุ อา กะ สะ ดังนี้เป็นต้น ส่วนอีกด้านหนึ่งจะลงตรีนิสิงเห ด้วยนะครับ และการทำปลาตะเพียนนั้น พระเกจิอาจารย์ท่านจะนิยมทำเป็นคู่เพราะ
ปลาตะเพียนนั้นจะจับคู่กันเพื่อสืบพันธ์ อันเป็นความหมายของการครองชีวิตร่วมกัน ร่วมมือร่วมใจกันในการประกอบอาชีพ ทำมาหากิน ท่านจะแจก ปลาตะเพียนให้ไปด้วย

นะ ชา ลี ติ นั้นเป็นหัวใจของพระสิวลีอันอุดมลาภเหมาะสำหรับการค้าขาย
อุ อา กะ สะ นั้นเป็นหัวใจของมหาเศรษฐีมีความหมายถึง ให้ผู้ได้รับไปแล้วคิดดังนี้
อุ ย่อมาจากคำว่า อุฎฐานสัมปทา หมายถึง ความเป็นคนขยันหมั่นเพียร ในการทำมาหากิน คนขี้เกียจจะหาความเจริญไม่ได้เลย
อา ย่อมาจาก อารักขสัมปทา หมายถึง หมั่นอดออมในทรัพย์สินที่ตนเองอุตส่าห์มาได้ด้วยความยากลำบากไว้ให้ได้เป็นกอบเป็นกำ
กะ ย่อมาจากคำว่า กัลยาณมิตรตะตา หมายถึง การคบเพื่อนที่ดีชักชวนไปในทางที่ดี ไม่ชี้ชวนไปในทางที่ชั่ว
สะ ย่อมาจากคำว่า สมชีวิตา หมายถึง การหาเลี้ยงชีพโดยสุจริต ไม่คดโกง

เมื่อพระเกจิอาจารย์ได้เรียกสูตรและปลุกเสกนั้น ก็จะให้ผู้ที่ต้องการไปเพื่อนำไปแขวนไว้ในที่อันสมควร เพื่อความเจริญก้าวหน้า ในทางค้าขายและไม่ใช่ว่าจะมีปลาตะเพียนแล้วจะค้าขายดีเสมอไปก็หาไม่ หากตัวคนขายเอง จะต้องปฏิบัติตามคาถาที่ปรากฏในตัวปลาตะเพียนด้วย คือ ขยันหมั่นเพียร เช่น เปิดร้านตามเวลาแต่เช้ายิ้มแย้มแจ่มใสรับลูกค้า เอาอกเอาใจ นั่นแหละครับที่เขาเรียกว่า เมตตา นะชาลีติ ได้ทรัพย์มาแล้วก็หมั่นเก็บหมอรอบริบไม่สุรุ่ยสุร่าย คนดีไม่ผลาญทรัพย์ ประการสุดท้าย คือมีความซื่อตรงไม่คดโกงลูกค้า เช่น โกงตาชั่ง เอาของปลอมมาขายหรือ โก่งราคา
ผู้เข้าชม
2053 ครั้ง
ราคา
คุยกันคับ
สถานะ
เปิดให้บูชา
โดย
ชื่อร้าน
นนท์ มหาโชค
ร้านค้า
โทรศัพท์
ไอดีไลน์
0890999979
บัญชีธนาคารยืนยันตัวตน
ยังไม่ส่ง ข้อมูลยืนยันตัวตน

ผู้เข้าใช้งานล่าสุด
อมรทรัพย์พระเครื่องต๊ะ อินทร์บุรีเปียโนlynnchaokohKumpang
สรณะพระเครื่องpratharn_pBAINGERNjochoหริด์ เก้าแสนaonsamui
แมวดำ99ทองธนบุรีtintinAmuletManด้วง เกิดผลtermboon
Popgomesพระเครื่องโคกมนep8600chathanumaanเสน่ห์พระเครื่องponsrithong2
KhunNineBanKhamน้ำตาลแดงมัญจาคีรี udChit1111okpraนิวนครสวรรค์

ผู้เข้าชมขณะนี้ 1419 คน

เพิ่มข้อมูล

ตะเพียนคู่พกพา พิมพ์ใหญ่ นิยม หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก




  ส่งข้อความ



ชื่อพระเครื่อง
ตะเพียนคู่พกพา พิมพ์ใหญ่ นิยม หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
รายละเอียด
ปลาตะเพียนเงิน-ปลาตะเพียนทอง ดีทางโชคลาภ เมตตามหานิยม

#ตะเพียนคู่พกพา พิมพ์ใหญ่ นิยม หายากมาก สวยเดิม เลี่ยมหันหน้าชนกันตามตำรา ทองพรประภางามๆคับ


ขอนำท่านมารู้จักกับเครื่องรางของขลัง ปลากตะเพียนที่พระเกจิอาจารย์ที่ทำขึ้นเพื่อ ให้ไว้เป็นหลักในการค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย ให้ถูกโฉลกดีขึ้นและถ้าท่านผู้อ่านมองเข้าไปในร้านค้าสักแห่งหนึ่งที่หิ้งพระประจำร้าน หรือที่เพดานร้านจะมีปลาตะเพียนคู่หนึ่งผูกห้อยอยู่ บ้างก็ปิดทองเสียเหลืองอร่าม บ้างก็หาพวงมาลัยมาห้อยบูชาเต็มไปหมด เพื่อบูชาให้เกิดความคลัง ส่วนพระเกจิอาจารย์บางท่านไม่ทำเป็นรูปปลาตะเพียนก็ให้เขียนหรือพิมพ์เป็นยันต์รูปปลาตะเพียนก็มีครับท่าน

ถ้าพูดถึงปลาตะเพียนนั้น เป็นสัตว์น้ำที่หากินคล่อง อาหารของมันก็กินง่ายและก็ว่ากันว่า มันปราดเปรียว คล่องแคล้วยิ่งนัก อีกทางหนึ่งท่านผู้เฒ่าผู้แก่ให้คติแก่ผู้เขียนว่า “การที่เอารูปปลาตะเพียนมาเป็นเครื่องหมายการค้าขาย ก็ด้วยถือเอาคำท้ายของคำว่า เพียน ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า เพียร อันหมายถึงให้เป็นคนขยันทำมาหากิน ขยันหมั่นเพียรนั่นเอง

พระเกจิอาจารย์จึงคิดอุปเท่ห์ของการค้าขายว่า เอารูปปลาตะเพียนมาเป็นสัญลักษณ์แล้วลงอักขระกำกับเสีย และปลุกเสกด้วยคาถาเมตตามหานิยม มอบให้กับผู้ทำการค้าขายไปบูชา

ปลาตะเพียนนั้นมีมากมายหลายสำนัก ทั้งเป็นรูปปลา และเป็นยันต์ ที่ผู้เขียนสดับรับฟังและติดตามมาตลอด ก็สรุปได้ว่าที่โด่งดังและขึ้นชื่อในอดีตก็ได้ แก่ปลาตะเพียน หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จังหวัดอยุธยา และหลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา จังหวัดนครปฐม ส่วนหลวงพ่อน้อยนั้นพอหาได้ แต่ของหลวงพ่อจงแล้ว ใครมีไว้เป็นหวงขาดใจ เพราะมักจะประสบความสำเร็จทางการค้าขายร่ำรวยเสียเป็นส่วนมาก ผู้เขียนก็อยู่ในจังหวัดใก้เคียงสมัยที่เรือโยงยังขึ้นชื่อลือชา เรือโยงร้อยละแปดสิบ จะมีปลาตะเพียนของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกแขวนกันประจำเรือเลยทุกลำ แต่ก่อนมานั้น พระเกจิอาจารย์ผู้จะทำปลาตะเพียนนี้ จะต้องตัดแผ่นโลหะออกเป็นรูปปลาเสียก่อน เพราะสมัยโบราณปั้มยังไม่เจริญ ลงอักขระตามสูตรเป็นคู่ ๆ กันไป ต่อมาใช้ปั้มแทน เพราะความเจริญก้าวหน้าไปมาก และการทำผ้ายันต์ปลาตะเพียนก็เช่นกัน

....ที่ท่านสร้างขึ้นมานั้นเน้นในด้านโภคทรัพย์ คือค้าขายเจริญรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา อยู่เย็นเป็นสุข เมตตามหานิยม เมื่อสมัยก่อนทุกบ้านเรือนร้านค้าส่วนมากจะมีปลาตะเพียนของหลวงพ่อจงติดอยู่ แทบทุกบ้าน ปัจจุบันหาชมได้ยากแล้วครับ

....ปลาตะเพียน ตามความเชื่อแต่โบราณเกี่ยวกับเครื่องรางที่บูชาแล้วให้ผลเรื่องการค้า ขาย โชคลาภ เงินทอง นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด อาทิ ไซดักทรัพย์ กุมารทอง นางกวัก ซึ่งปลาตะเพียนนั้นก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน แต่การกำเนิดของปลาตะเพียนว่าเกิดขึ้นเมื่อใดยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แต่เชื่อกันว่ามีมาแล้วหลายร้อยปีแล้วเพราะมีการค้นพบปลาตะเพียนโบราณที่ทำ ด้วยวัสดุหลากหลายชนิด อาทิ ผ้า ไม้มงคล ไม้จักสาน โลหะ และหลากหลายขนาดขึ้นอยู่กับครูบาอาจารย์แต่ละท่านที่จะจัดสร้างขึ้นในวาระ นั้น ๆ

....ส่วนในเรื่องความนิยมเครื่องรางที่เป็นปลาตะเพียนนั้นจะไม่หวือหวาเหมือน เครื่องรางประเภทอื่น ๆ เนื่องจากเป็นเครื่องรางที่ดูผิวเผินแล้วเหมือนกับไม่มีอะไร ไม่มีฤทธิ์หวือวา แต่ในความเป็นจริงปลาตะเพียนจะมีฤทธิ์มีเดชแบบค่อยเป็นค่อยไปดังภาษิตที่ว่า “น้ำซึมบ่อทราย” แล้วยังให้พุทธคุณในเรื่องความร่มเย็นเป็นสุข ช่วยพยุงและเสริมฐานะค่อยเป็นค่อยไปแก่ผู้บูชาด้วย ซึ่งหาได้ยากในหมู่เครื่องรางด้วยกัน แต่หากจะสืบเสาะเลาะลึกลง

....โดยใช้วัสดุประเภทต่าง ๆ ที่หาได้สะดวกในช่วงเวลานั้น แต่จะต้องถูกต้องตามตำราบังคับและเมื่อพิจารณาตัวปลาตะเพียนจะต้องมีลักษณะ สมส่วนและดูมีชีวิตจริง ๆ รวมไปถึงจะต้องมีการอาการพลิ้วไหวเหมือนกำลังแหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำ ส่วนที่ขาดไม่ได้คือจะต้องมีการสร้างเป็นคู่เสมอ ดังที่โบราณเรียกว่า “ปลาตะเพียนเงิน ปลาตะเพียนทอง” ซึ่งมีความหมายแฝงถึงความเจริญก้าวหน้าเหมือนปลาที่สืบสายพันธุ์ต่อไปไม่มี วันหมด และยังหมายรวมไปถึงการครองชีวิตร่วมกันอย่างผาสุก (สำหรับคู่แต่งงาน) แต่ก็ยังมีอีกหลายท่านก็ยังมีความเข้าใจผิดว่าตัวหนึ่งเป็นตัวผู้ อีกตัวหนึ่งเป็นตัวเมียจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งแต่ก่อนใช้เขียน ต่อมาก็ใช้พิมพ์ซะเลย ส่วนยันต์ที่ลงมันจะใช้ดังต่อไปนี้

1. ตรี นิ สิงเห
2. นะ ชา ลี ติ
3. อุ อา กะ สะ
4. นะ มะ พะ ทะ

เท่าที่เคยพบจะมีการลงดันนี้ นะ มะ พะ ทะ ธาตุ ทั้งสี่นี้ลงที่ปากครีบบน ครีบล่างและหางเป็น การหนุนให้ธาตุเกิดเสียก่อน ตรงกลางตลอดลำตัววจะลงว่า นะ ชา ลี ติ หรือ อุ อา กะ สะ ดังนี้เป็นต้น ส่วนอีกด้านหนึ่งจะลงตรีนิสิงเห ด้วยนะครับ และการทำปลาตะเพียนนั้น พระเกจิอาจารย์ท่านจะนิยมทำเป็นคู่เพราะ
ปลาตะเพียนนั้นจะจับคู่กันเพื่อสืบพันธ์ อันเป็นความหมายของการครองชีวิตร่วมกัน ร่วมมือร่วมใจกันในการประกอบอาชีพ ทำมาหากิน ท่านจะแจก ปลาตะเพียนให้ไปด้วย

นะ ชา ลี ติ นั้นเป็นหัวใจของพระสิวลีอันอุดมลาภเหมาะสำหรับการค้าขาย
อุ อา กะ สะ นั้นเป็นหัวใจของมหาเศรษฐีมีความหมายถึง ให้ผู้ได้รับไปแล้วคิดดังนี้
อุ ย่อมาจากคำว่า อุฎฐานสัมปทา หมายถึง ความเป็นคนขยันหมั่นเพียร ในการทำมาหากิน คนขี้เกียจจะหาความเจริญไม่ได้เลย
อา ย่อมาจาก อารักขสัมปทา หมายถึง หมั่นอดออมในทรัพย์สินที่ตนเองอุตส่าห์มาได้ด้วยความยากลำบากไว้ให้ได้เป็นกอบเป็นกำ
กะ ย่อมาจากคำว่า กัลยาณมิตรตะตา หมายถึง การคบเพื่อนที่ดีชักชวนไปในทางที่ดี ไม่ชี้ชวนไปในทางที่ชั่ว
สะ ย่อมาจากคำว่า สมชีวิตา หมายถึง การหาเลี้ยงชีพโดยสุจริต ไม่คดโกง

เมื่อพระเกจิอาจารย์ได้เรียกสูตรและปลุกเสกนั้น ก็จะให้ผู้ที่ต้องการไปเพื่อนำไปแขวนไว้ในที่อันสมควร เพื่อความเจริญก้าวหน้า ในทางค้าขายและไม่ใช่ว่าจะมีปลาตะเพียนแล้วจะค้าขายดีเสมอไปก็หาไม่ หากตัวคนขายเอง จะต้องปฏิบัติตามคาถาที่ปรากฏในตัวปลาตะเพียนด้วย คือ ขยันหมั่นเพียร เช่น เปิดร้านตามเวลาแต่เช้ายิ้มแย้มแจ่มใสรับลูกค้า เอาอกเอาใจ นั่นแหละครับที่เขาเรียกว่า เมตตา นะชาลีติ ได้ทรัพย์มาแล้วก็หมั่นเก็บหมอรอบริบไม่สุรุ่ยสุร่าย คนดีไม่ผลาญทรัพย์ ประการสุดท้าย คือมีความซื่อตรงไม่คดโกงลูกค้า เช่น โกงตาชั่ง เอาของปลอมมาขายหรือ โก่งราคา
ราคาปัจจุบัน
คุยกันคับ
จำนวนผู้เข้าชม
2139 ครั้ง
สถานะ
เปิดให้บูชา
โดย
ชื่อร้าน
นนท์ มหาโชค
URL
เบอร์โทรศัพท์
0890999979
ID LINE
0890999979
บัญชีธนาคารยืนยันตัวตน
ยังไม่ส่ง ข้อมูลยืนยันตัวตน




กำลังโหลดข้อมูล

หน้าแรกลงพระฟรี